|
-`
|
มอร์ม่อนมิชชั่นนารี 2 คน ดร. ดีน เฮลแลนด์
ตอนเช้าวันเสาร์ที่ 11 มีนาคม 2548 เวลาประมาณ 5 นาฬิกา มีคนมาเคาะประตูบ้านของข้าพเจ้า และเมื่อข้าพเจ้าเปิดประตูก็พบว่าเป็นมอร์ม่อนมิชชั่นนารี 2 คนอยู่บนบันไดหน้าประตูบ้าน ข้าพเจ้ารู้สึกดีใจมากๆที่เห็นว่าฉันจะได้มีโอกาสจะได้แบ่งปันกับชาย 2 คนนั้น ข้าพเจ้าจึงเปิดประตูออกและต้อนรับเขาเข้ามาในห้องรับแขก ข้าพเจ้าให้เขานั่งที่เก้าอี้ยาว ส่วนข้าพเจ้าเองได้นั่งที่เก้าอี้อีกตัวนึง และให้เขาพูดในสิ่งที่เขาจะพูดต่อไป
ท่านไวท์ และท่านสมิธ ถามว่าเราจะเริ่มด้วยการอธิษฐานก่อนจะดีไหม ข้าพเจ้าจึงตอบว่า แน่ทีเดียว
ขณะที่ท่านไวท์ไขว้แขนในแบบการอธิษฐานของมอร์ม่อน ข้าพเจ้าแปลกใจที่ท่านสมิธไม่ได้ทำด้วย มันสั้นมาก แต่ข้าพเจ้าประทับใจในคำอธิษฐานนั้น ตามที่ท่านไวท์ได้กล่าวว่าพวกเขามาที่นี่เพื่อประกาศข่าวประเสริฐของพระเยซูคริสต์แก่ข้าพเจ้า พระเจ้าแห่งฟ้าสวรรค์ทรงรักเราอย่างไร และครอบครัวของเราสำคัญอย่างไร เขาถามข้าพเจ้าเกี่ยวกับความผูกพันในศาสนาของข้าพเจ้า และข้าพเจ้าก็ได้บอกเขาว่าข้าพเจ้าได้บังเกิดใหม่ ข้าพเจ้าเป็นคริสเตียนแล้ว ข้าพเจ้าเป็นสมาชิกของอีแวนเจลิสติค เท็มเพิล ในเมืองทาลซ่า รัฐโอกลาโฮม่า ซึ่งเป็นที่ๆเป็นนิกายโฮลี่เนสเพ็นเทคอสท์
เขาบอกว่าเขามั่นใจที่เราเชื่อในความรักของพระบิดาในสวรรค์ ในการที่พระองค์ทรงส่งพระบุตรของพระองค์ พระเยซูมายังโลกมนุษย์เพื่อตายเพื่อความบาปของเรา และพระวิญญาณพระบริสุทธิ์ทรงเป็นผู้ที่นำและสถิตย์อยู่กับเราตลอดชีวิตในโลกนี้ ข้าพเจ้ากล่าวว่าข้าพเจ้าเห็นด้วยกับเขา แต่ยกเว้นเรื่องความสัมพันธ์ทางเพศที่มอร์ม่อนสอนถึงเรื่องความหมายของคำว่าพระบิดาในสวรรค์ แล้วพวกคุณเชื่อได้อย่างไรว่าพระเจ้าทรงสร้างสิ่งต่างๆ? เขาถาม ด้วยพลังของพระคำของพระองค์ ข้าพเจ้าตอบกลับ คำตอบนั้นได้ทำให้เขาเงียบไปสักครู่หนึ่ง แต่ข้าพเจ้าได้พูดต่อ มุสลิมได้กล่าวหาว่าคริสเตียนที่เชื่อว่าพระเจ้าเป็นพระบิดาที่ทีความสัมพันธ์ทางเพศกับนางมารี ผู้เป็นพระมารดาของพระเยซู แน่ที่เดียวที่นั่นไม่ได้ให้ความเข้าใจ แต่โยเซฟ สมิธ เนื่องจากเพื่อนบ้านของเขาเป็นผู้ที่ชื่นชมโครานตั้งแต่ก่อนที่เขาจะทำหนังสือมอร์ม่อน และโยเซฟ สมิธได้หยิบยกหลายๆสิ่งจากอิสลาม เมื่อเขาตั้งศาสนาใหม่ ซึ่งก็คือ มอร์ม่อน ข้าพเจ้าเคยได้ยินมาจากบางแห่งที่กล่าวว่าพระเจ้า พระบิดาในสวรรค์ของเราได้มีเพศสัมพันธ์ทางเพศกับนางมารี เขากล่าวว่า ดูเหมือนว่าจะเป็นเรื่องอื้อฉาว ใช่ ข้าพเจ้าได้กล่าวต่อไปว่า และมันก็เป็นสิ่งที่บริงแฮม ยัง ได้สอน อิโลฮีม ได้ลงมาในโลกนี้และมีเพศวัมพันธ์ทางเพศกับนาวมารีเพื่อผลิตร่างกายมนุษย์เพื่อพระเยซู คนหนุ่มยืนยันที่จะพูดถึงความสำคัญของผู้เผยพระวจนะ? เขากล่าวว่า อาดัมเป็นผู้เผยพระวจนะที่พระเจ้าตรัสผ่านมวลมนุษย์ทางประวัติศาสตร์ของโลก ที่พระคัมภีร์เดิมเต็มไปด้วยผู้เผยพระวจนะ เขาอ่านในหนังสืออาโมส 3:7 แท้จริงแล้วพระเจ้ามิได้ทรงกระทำอะไรเลย โดยมิได้เปิดเผยความลับให้แก่ผู้รับใช้ของพระองค์ คือผู้เผยพระวจนะ และเขาก็ได้กล่าวถึงพระเจ้าที่ทรงให้ผู้เผยพระวจนะอยู่ในคริสจักรทุกวันนี้ ที่ได้นำคริสตจักรและพูดกับคนของพระเจ้า
1 ฮีบรู 11:3 โดยความเชื่อนี้เอง เราจึงเข้าใจว่า พระเจ้าได้ทรงสร้างกัลปจักรวาล ด้วยพระดำรัสของพระองค์ ดังนั้นสิ่งที่มองเห็นจึงเป็นสิ่งที่เกิดจากสิ่งไม่ปรากฏให้เห็น ปฐมกาล บทที่ 1 ได้พูดเกี่ยวกับการทรงสร้าง พระคัมภีร์ได้กล่าวถึงในหลายๆคราว พระเจ้าตรัสว่า จงเกิดความสว่าง, จงมีภาคพื้น, ผืนแผ่นดินแห้ง, โลก, ต้นหญ้า, ต้นไม้, แสงสว่าง, สิ่งมีชีวิต และอื่นอีกมากมาย 2 R. C. Evans, Forty Years in the Mormon ChurchWhy I Left It (1920, rpt., Independence, MO: Ex-RLDS for Jesus, n.d.), 32. 3 The official position of the Mormon Church; Journal of Discourses, vol. 8, page 115, 211. ข้าพเจ้าเห็นด้วย ข้าพเจ้ากล่าว ที่พระเจ้าได้ทรงให้ผู้เผยพระวจนะอยู่ในคริสจักร สำหรับหนังสือกิจการที่มีผู้เผยพระวจนะอยู่ในคริสจักร 4 อย่างไรก็ตาม พวกเขาไม่ใช่ผู้นำของคริสตจักรอย่างแน่นอน ในความเป็นจริง ในโครินธ์ 12:28 ได้กล่าวว่า และพระเจ้าได้ทรงโปรดตั้งบางคนไว้ในคริสตจักรคือ หนึ่งอัครฑูต สองผู้เผยพระวจนะ สามครูบาอาจารย์ แล้วต่อจากนั้นก็ผู้กระทำการอันเป็นอิทธิฤทธิ์ และอีกมากมาย ใช่ ท่านไวท์กล่าว ข้าพเจ้าได้อ่านมาเมื่อวันก่อน แต่ข้าพเจ้าคิดว่าท่านน่าจะเห็นด้วยตรงที่ว่า พระเจ้าได้ให้เปโตรอยู่ในคริสตจักร ในมัทธิว 16:18 ฝ่ายเราบอกท่านว่าท่านเปโตร และบนศิลานี้ เราจะสร้างคริสตจักรของเราไว้ และในข้อที่ 19 พระองค์ได้กล่าวไว้ว่า เราจะมอบลูกกุญแจแผ่นดินสวรรค์ให้ไว้แก่ท่าน ท่านจะกล่าวห้ามสิ่งใดในโลก สิ่งนั้นก็จะถูกกล่าวห้ามในสวรรค์ เมื่อท่านจะกล่าวอนุญาตสิ่งใดในโลก สิ่งนั้นจะกล่าวอนุญาตในสวรรค์ด้วย ใช่แล้ว ข้าพเจ้ากล่าว ท่านเปโตรได้เทศนาครั้งแรกแก่ชาวยิวในวันเพ็นเทคอส และที่บ้านของคอร์เนเลียส ท่านเทศนาคำเทศนาแรกให้แก่คนที่ไม่ใช่ชาวยิวด้วยเช่นกัน ท่านมีกุญแจแห่งแผ่นดินสวรรค์อย่างแน่นอน อย่างไรก็ตาม ท่านต้องอ่านทั้งบริบทเพื่อให้ได้ความหมายที่แท้จริง ท่านกำลังได้ความหมายเหมือนกันจากข้อที่คริสตจักรโรมันคาทอลิกให้ เมื่อพวกเขากล่าวว่าท่าน เปโตรเป็นสันตปาปาคนแรก ถ้าท่านดูที่บริบททั้งหมด ท่านจะเห็นว่าพระเยซูได้ถามคำถามว่า ใครกล่าวว่าข้าเป็นบุตรมนุษย์? หลังจากที่บางคนได้ตอบคำถามไปแล้ว พระเยซูถามว่า แล้วมีใครกล่าวหรือยังว่าข้าเป็นอย่างนั้น แล้วเรื่องก็ได้ดำเนินต่อไป 16. ซีโมนเปโตรทูลตอบว่า พระองค์ทรงเป็นพระคริสต์พระบุตรของพระเจ้าผู้ทรงพระชนม์อยู่ พระเยซูตรัสกับเขาว่า ซีโมนบุตรโยนาห์เอ๋ย ท่านก็เป็นสุขเพราะว่ามนุษย์มิได้แจ้งความนี้แก่ท่าน แต่พระบิดาของเราผู้ทรงสถิตย์ในสวรรค์ทรงแจ้งให้ทราบ 18. ฝ่ายเราบอกกับท่านว่าคือเปโตร และบนศิลานี้ เราจะสร้างคริสตจักรของเราไว้ และพลังแห่งความตายจะมีชัยต่อคริสตจักรนั้นก็หามิได้ (มัทธิว 16:13-18) ข้าพเจ้าได้กล่าวต่อไปว่า พระเยซูเองคือหลักของคริสตจักร คำสอนและความเชื่อของสาวกเป็นรากฐานของคริสตจักร คำสอนและความเชื่อเหล่านั้นได้อยู่ในพระคัมภีร์ใหม่ พระเยซูใช้ชื่อของเปโตร เปโตรส์ ซึ่งมีความหมายในภาษากรีกว่า ศิลาก้อนหนึ่ง ที่ได้นำมาบรรยายให้เห็นภาพของเพตรา หรือ ศิลาแข็งแกร่ง ที่คริสตจักรได้สร้างไว้บน ศิลาแข็งแกร่งเป็นความหยั่งรู้จากพระเจ้าที่พระเยซูคือพระเจ้าที่แท้จริง และถูกส่งมาจากพระเจ้าเพื่อให้ความรอดแก่โลกนี้ มันมีความเกี่ยวข้องกันอยู่ ซึ่งไม่ใช่เรื่องทางเพศ และไม่ใช่เรื่องการมีความหมายแฝงและความเชื่ออย่างเปโตร ซึ่งเป็นผู้ที่หยั่งรู้อย่างพระเยซู ที่สามารถทำให้คนเข้าสู่แผ่นดินของพระเจ้าได้ ใช่ ข้าพเจ้าเห็นด้วยที่สาวกได้วางรากฐานของคริสตจักร ข้าพเจ้ากล่าว หลังสือบางเล่มในพระคัมภีร์ใหม่เขียนโดยสาวก หนังสือเล่มอื่นๆเขียนโดยคนที่ทำพันธกิจ และทำการสอน และนั่นก็เป็นเหตุที่ทุกวันนี้เราได้ยอมรับพระคัมภีร์ใหม่ ว่าเป็นพระคำของพระเจ้า และเราเชื่อว่ามีพันธกิจของอัครฑูตในทุกวันนี้ด้วยเช่นกัน แต่ไม่ใช่ในระดับเดียวกันอย่างที่อัครฑูตสิบสองคนได้ทำเมื่อเริ่มแรก พันธกิจของอัครฑูตสิบสองคนนั้นเป็นพันธกิจที่ไม่มีใครเหมือน พวกเขาเป็นพยานตาต่อตาในพันธกิจของพระเยซูคริสต์ เนื่องจากกนังสือกิจการอัครฑูต 1 ข้าพเจ้ากล่าวต่อไปว่า เพื่อที่จะแทนที่ยูดาส อิสคาริโอท ซึ่งเป็นผู้ที่ตกจากตำแหน่งของอัครฑูต อัครฑูตผู้อื่นกล่าวว่าการที่การแทนที่ของยูดาสต้องเป็นบางคนที่เป็นพยานในพันธกิจของพระเยซู จากตอนที่ท่านได้รับศีลบัพติศมาโดยท่านยอห์นศีลบัพติศมา _____________________________________ 4 ผู้เผยพระวจนะในหนังสือกิจการอัครฑูต ได้รวมถึงอากาบัส (11:27-28, 21:10-11) และลูกสาวของฟิลิปผู้ประกาศข่าวประเสริฐ (21:8-9)
ตอนที่พระองค์เสด็จสู่สวรรค์หลังจากฟื้นคืนพระชนม์ (กิจการอัครฑูต 1:21-22) ถึงกระนั้นอัครฑูตเปาโลไม่สามารถเติมเต็มตามข้อที่ต้องการได้ ในวิวรณ์ 21:14 เราได้รู้ว่าชื่ออัครฑูตสิบสองคนได้ถูกเขียนไว้บนฐานศิลาสิบสองฐานในเมืองเยลูซาเล็มใหม่
ดังนั้นท่านได้เห็นแล้ว ข้าพเจ้ากล่าว อัครฑูตทั้งสิบสองคนผู้ที่ทำให้พันธกิจของพระเยซูสำเร็จ พวกเขาวางฐานของคริสตจักร และเหลือไว้ให้เราอย่างสุจริต เพื่อเป็นเครื่องทำทาง ก็คือพระคัมภีร์ใหม่นั่นเอง
ใช่แล้ว อัครฑูตของลูกแกะเป็นผู้ที่สำคัญ ท่านอาวุโสไวท์กล่าวต่อไปว่า แต่วันนั้นมาถึงแล้วที่อัครฑูตถูกต้านโดยมนุษย์ พระเยซูตรัสแก่พวกเขาว่า แท้จริงวันหนึ่งทุกคนที่ประหารชีวิตของท่าน จะคิดว่าเขาทำการนั้นเป็นการปฏิบัติพระเจ้า (ยอห์น 16:2) ดังนั้นเมื่อเวลานั้นมาถึง เมื่ออัครฑูตถูกต้าน และถูกฆ่า และคริสตจักรได้หายไปจากโลกนี้ และโลกก็เข้าสู่ช่วงเวลาของความมืด ซึ่งเป็นรู้จักในนามของ ยุคมืด มันไม่ใช่จนกระทั่งปี 1820 ที่คริสตจักรถูกกู้คืนสู่โลกโดยโยเซฟ สมิธ
เดี๋ยวก่อน ข้าพเจ้ากล่าวตอบ พระเยซูตรัสว่า ข้าจะสร้างคริสตจักรของเราไว้บนศิลา และพลังแห่งความตายจะมีชัยต่อคริสตจักรนั้นหามิได้ ท่านหมายความว่าหลังจากการตายของอัครฑูต ไม่มีใครที่มีความสัมพันธ์ที่ถูกต้องกับพระเจ้า จนกระทั่งถึงตอนของโยเซฟ สมิธอย่างนั้นหรือ? ถ้าเป็นอย่างนั้นท่านคิดว่าช่วงเวลาหลายปีนั้นพลังแห่งความตายจะมีชัยต่อคริสตจักรใช่หรือไม่? นั่นไม่ได้เห็นด้วยกับสิ่งที่พระเยซูตรัสในพระคัมภีร์ ท่านต้องอ่านหนังสือ Foxs Book of Martyrs
พูดกันต่อดีกว่า ท่านไวท์กล่าว ข้าพเจ้าจะให้ท่านสมิธพูดต่อจากตรงนี้
จากตรงนี้ ท่านสมิธคัดลอกจากเรื่องที่เล่าจากโยเซฟ สมิธ จากการที่เขาเห็นแสงส่องมาที่เขาขณะที่เขากำลังอธิษฐานในป่า และผู้ที่น่าเกรงขามทั้งสองที่เหมือนกันทุกประการ ก็ได้ปรากฎตัวขึ้น ท่านหนึ่งได้ชี้ไปที่อีกท่านหนึ่ง และประกาศตัวว่าเป็นพระบุตรพระเจ้า โยเซฟ สมิธ เห็นทั้งพระบิดา และพระบุตร
แต่นั่นจะเป็นไปได้หรือ ข้าพเจ้าร้องถาม พระคัมภีร์ได้กล่าวไว้อย่างชัดเจนว่าพระบิดาคือ พระวิญญาณบริสุทธิ์ เป็นบุคคลที่เรามองไม่เห็น และไม่มีใครที่เคยเห็นมาก่อน
แต่ โมเสสเคยเห็นพระเจ้า เขากล่าว
โมเสสเป็นข้อยกเว้นในการที่เห็นพระเจ้าจากด้านหลัง ตอนที่พระเจ้าเสด็จผ่านมา ข้าพเจ้าได้ชี้แจง 6 ถ้านั่นเป็นแค่ส่วนที่พระองค์ให้โมเสสได้เห็น พระองค์คงจะไม่ได้ปรากฎตัวทั้ง หมดให้ โยเซฟ สมิธ ได้เห็นเป็นอย่างแน่ ข้าพเจ้าคิดว่านั่นคือพระเยซูในภาคของก่อนการทรงสถิตย์ ที่สร้างพระคัมภร์เดิม นั่นเป็นสิ่งเดียวที่ให้ความเข้าใจเมื่อเราพิจารณาพระบิดาที่มองไม่เห็น และเคยมีมนุษย์คนไหนเห็นพระองค์ อย่างที่ได้สอนในพระคัมภีร์ใหม่
มาถึงตอนนี้ ท่านอาวุโสสมิธได้นั่งจ้องผ่านแว่นตา และเริ่มที่จะให้คำพยานเกี่ยวกับโยเซฟ สมิธ ผู้เป็นผู้เผยพระวจนะที่แท้จริงของพระเจ้า และหนังสือของมอร์ม่อน ที่ถูกแปลโดยพลังของพระเจ้า
ทำไมหนังสือของมอร์ม่อนถึงถูกแปลโดยพลงัของพระเจ้า เมื่อคริสตจักรมอร์ม่อนเองก็ได้มีการเปลี่ยนแปลงตั้งสี่พันอย่าง ข้าพเจ้าถาม 7 ___________________________ 5 ยอห์น 1:18; 4:24; โคโลสี 1:15; 1 ทิโมธี 1:17 6 อพยพ 33:18-23 7 Tanner, Jerald & Sandra, 3,913 Changes in the Book of Mormon, Utah Lighthouse Ministry: Salt Lake City, 1965. นี่เป็นแค่การแก้ไขหลักไวยกรณ์ ไม่ใช่การแก้ไขหลักธรรมคำสอน พวกเขาตอบ ไม่ มันเป็นการเปลี่ยนหลักธรรมคำสอนด้วย ข้าพเจ้ายืนกราน ในปี 1981 คริสตจักรมอร์ม่อนเปลี่ยนคำหนึ่งใน 2 เนฟี 30:6 คำว่า ขาว ได้ถูกเปลี่ยนเป็น บริสุทธิ์ เมื่อการอ้างถึงคำแช่งสาปที่ผิวหนังได้ถูกลบออกจากเลมาไนท์ จนกระทั่งถึงตอนที่หลักคำสอนอย่างเป็นทางการของมอร์ม่อน ก็คือคนอินเดียนอเมริกันซึ่งเป็นผู้ที่เชื่อในหนังสือมอร์ม่อน ที่ทำให้หายจากคำสาปแช่งบนผิวหนังของพวกเขา และเปลี่ยนเป็นสีขาว มันเกิดขึ้นผ่านหนังสือมอร์ม่อนเมื่ออินเดียนได้เปลี่ยนความเชื่อในพระคริสต์ 8 แต่มันก็ได้ถูกสัญญาว่าจะเกิดขึ้นในข้อนั้น มันไม่ได้เกิดขึ้นตอนที่พิมพ์หนังสือของมอร์ม่อนในปี 1830 จนถึงปี 1981 ตอนปลายของปี 1960 ท่านสเป็นเซอร์ ดับเบิลยู คิมบอล ผู้เผยพระวจนะมอร์ม่อน ได้ประกาศใน แอลดีเอส งานสัมนาทั่วไปที่เขาเชื่อว่าทุกครั้งที่เขาได้ไปเยี่ยมการเข้ารีตของอินเดียน พวกเขาได้มาเป็นคนที่ขาวขึ้น แต่สุดท้ายพวกเขาได้เปลี่ยนคำในหนังสือมอร์ม่อน และหลักธรรมเกี่ยวกับชาวอินเดียนที่กลายมาเป็นขาว เจอรี่ พี คาฮิล โฆษกของคริสตจักร เป็นผู้ที่รายงานโดยแอสโซซิเอท เพรส ได้ยืนยันการเปลี่ยนแปลงในหลักธธรมคำสอน 10 ท่านได้เห็นแล้ว ข้าพเจ้ากล่าว คริสตจักรมอร์ม่อนก็คือองกรค์เชื้อชาติ ก็คือการสอนอย่างเป็นทางการ ที่ว่าวันหนึ่งพวกเชื้อชาติอื่นๆจะหลุดจากคำสาปแช่งบนผิวหนังของเขา และเปลี่ยนเป็นขาว (ยาโคบ 3:8 ในหนังสือมอร์ม่อน) ในความเป็นจริงแล้ว การสอนที่แท้จริงของคริสตจักรมอร์ม่อน ในเรื่องเชื้อชาติไม่ได้สอนอย่างเปิดเผย ในปี 1978 เท่านั้น ที่คนเชื้อชาติแอฟริกันผิวดำได้รับการอนุญาตให้เข้าร่วมเป็นนักบวชมอร์ม่อน แต่ถึงอย่างนั้นก็ตาม หลักคำสอนก็ยังเกี่ยวข้องกับการลบคำสาปแช่งก็ยังไม่ได้เปลี่ยนแปลงไป มันก็ยังเป็นอย่างนั้นอยู่อย่างที่เคยเป็นอยู่เสมอ ที่ลูกหลานของอาเบลที่จะต้องได้รับการช่วยกู้ และได้รับรางวัลของเขาก่อนคนเชื้อสายแอฟริกันที่ลบคำแช่งสาป มาถึงจุดนี้ ความท้อแท้ใจของมิชชั่นนารีมอร์ม่อนทั้งสองก็มากเกินกว่าจะปกปิด ข้าพเจ้าเคยเชื่อในหนังสือมอร์ม่อน ข้าพเจ้ากล่าว ครอบครัวของข้าพเจ้าขายทุกอย่างที่เรามีในมิสเซอรี่ และไปที่อาริโซน่า เพื่อไปประกาศข่าวประเสริฐของหนังสือมอร์ม่อนกับชาวอเมริกัน อินเดียน (เลมาไนท์ ในหนังสือมอ์ม่อน) ก่อนอื่น พวกเขาหลุดจากคำสาปแช่งที่ผิวของพวกเขา และกลายมาเป็นคนขาวและ เป็นคนที่มีความปีติยินดี อย่างที่สองคือ ในเวลาที่พระเยซูให้คำอนุญาตแก่พวกเขาให้ทำลายล้างคนที่ไม่ใช่ผู้เชื่อทั้งหมดบนทวีปนี้ และเอาแผ่นดินของพวกเขาคืน ตอนนั้นได้กล่าวไว้ที่ไหน? ท่านอาวุโสท่านหนึ่งถาม อย่างน้อยก็มีสองที่ในหนังสือมอร์ม่อน: 3 เนฟี 16 และ 3 เนฟี 21 จากนั้นข้าพเจ้าก็ได้ยืมหนังสือมอร์ม่อนจากชาวหนุ่มและเปิดไปที่ 3 เนฟี 16 และอ่านเหมือนที่ว่าพระเยซูได้พูดที่ทวีปอเมริกาหลังจากการฟื้นคืนพระชนม์ ___________________________________
8 หนังสือมอร์ม่อน, 1 เนฟี 12:23,; 3 เนฟี 2:15-16; ยาโคบ 3:5-8 9 Improvement Era, 1960, p. 922-23. 10 Salt Lake Tribune, September 30, 1981. 11 Journal of Discourses, Vol. 2, p. 143; Vol. 7, p 290-291; Vol. 11, p. 272.
10. ในวันเมื่อพวกที่ไม่ใช่คนยิวได้บาปต่อข่าวประเสริฐ...และปฏิเสธความบริบูรณ์ของข่าวประเสริฐของเรา พระบิดา เราจะนำความบริบูรณ์ของข่าวประเสริฐของเราจากท่ามกลางพวกเขา 11. และจากนั้นเราจะจดจำพันธสัญญาของเราที่ได้ให้ไว้แก่คนของเรา โอ ชาวอิสราเอล และเราจะนำข่าวประเสริฐมายังพวกเขา 12. และเราจะแสดงต่อพระองค์ โอ ชาวอิสราเอล พวกพวกที่ไม่ใช่คนยิวจะไม่มีพลังเหนือท่านทั้งหลาย แต่เราจะจดจำพันธสัญญาที่มีต่อท่าน โอ อิสราเอล และท่านได้มาถึงความรู้ของความบริบูรณ์ในข่าวประเสริฐของเรา 13. แต่ถ้าพวกพวกที่ไม่ใช่คนยิวจะสารภาพบาป และหันกลับมาหาเรา พระบิดา พวกเขาต้องได้รับการทดท่ามกลางคนของเรา โอ อิสราเอล 14. และเราจะไม่ทำให้คนของเราต้องทนทุกข์ ซึ่งเป็นพวกชาวอิสราเอล ให้ไปในท่ามกลางพวกเขา และเหยียบพวกเขาให้ล้มลง พระบิดา 15. แต่ถ้าพวกเขาจะไม่กลับมาหาเรา และเมินเฉยต่อเสียงเรียกของเรา เราจะทำให้พวกเขาต้องรับการทนทุกข์ โอ อิสราเอล ที่พวกเขาต้องไปในท่ามกลางพวกเขา และเหยีบพวกเขาให้ล้มลง และพวกเขาควรจะเป็นอย่างเกลือที่ไม่ไดรักษารสชาดความเค็มของมัน ที่ไม่ดี แต่ต้องถูกจำกัดออกไป และต้องตกอยู่ใต้เบื้องเท้าของคนของเรา โอ อิสราเอล 16. และดู แลดู เรากล่าวแก่ท่าน พระบิดาได้บัญชาเรา ที่เราได้ให้แก่คนในแผ่นดินนี้เพื่อมรดกของพวกเขา (เน้นว่าเป็นของเรา) แล้วชาวอินเดียนโต้ตอบว่าอย่างไร? พวกเขาถาม อืม ข้าพเจ้ากล่าว พวกเขาดูท่าท่างไม่ค่อยประทับใจนักในแนวคิดเรื่องสีผิวของพวกเขาที่ต้องการการเปลี่ยนแปลง และเมื่อพวกเขามาเอาแผ่นดินของเขาคืน ผู้นำคนหนึ่งกดนิวโป้งของเขาลงบนโต๊ะ และกล่าวว่า พวกคนขาวให้พวกเราอยู่ใต้นิวโป้งของเขา และพวกเราจะก็ไม่เคยที่จะออกจากมันได้ ข้าพเจ้าเห็นการสนทนาในเรื่องนี้เกิดขึ้นที่ พิมา อินเดียน เรเซอร์เวชั่น ที่อาริโซน่า แต่นั่นก็เป็นพระคำของพระเยซู หนึ่งในพวกเขาต้าน พวกเขากำลังจะเข้ามาแทนที่และจะเกิดขึ้นจริงๆ ไม่ใช่ ข้าพเจ้าตอบกลับ พระเยซูเคยพูดว่าอย่างนั้น นั่นไม่ใช่พระเยซูในพระคัมภีร์ ข้าพเจ้ารู้สึกสงสัยที่ท่านทราบเกี่ยวกับเรื่องนี้มาก ข้าพเจ้ากล่าว ท่านยังหนุ่มอยู่มากที่จะรู้เรื่องการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในคริสตจักรมอร์ม่อน ข้าพเจ้าไม่สงสัยความจริงใจของท่าน หรือว่าความต้องการที่ท่านอยากให้พระเจ้าทรงใช้ แต่ท่านไม่ทราบเกี่ยวกับความเชื่อของคริสตจักรของท่านมากเท่าไหร่ เพื่อจะทราบเกี่ยวกับหลักธรรมคำสอนที่แท้จริง ท่านต้องกลับไปและอ่านคำเทศนาเดิมของมอร์ม่อนในวารสารแห่งโอวาท (Journal of Discourses) หลักธรรมของมอร์ม่อนก็เหมือนเดิมอย่างที่เคยเป็น แต่ด้วยการพลิกแพลง คริสตจักรมอร์ม่อนไม่ยอมรับในการที่สมาชิกอ่านหนังสือเหล่านั้น ในความเป็นจริงแล้ว มันไม่ได้ให้กำลังใจคนที่ไม่ใช่มอร์ม่อน ซึ่งเป็นคนที่อยากจะพูดคุยกับมอร์ม่อนที่ผ่านการอ้างอิงมาถึงพวกเขา มันเป็นการพยายามจำกัดการสนทนาโต้ตอบระหว่างความเชื่อเท่านั้น ไปถึงข้อพระคัมภีร์ที่เป็นทางการ อย่างไรก็ตาม ในบทเรียนการสอนของพวกเขาเอง ครูของมอร์ม่อนก็ได้ทำการอ้างถึงตัวของพวกเขาเองอย่างต่อเนื่อง ข้าพเจ้าได้ดูการถ่ายทอดดาวเทียมช่องของมอร์ม่อนในทีวี และพวกเขาได้อธิบายถึงหลักธรรมของเขาโดยการอ้างถึง วารสารแห่งโอวาท ( Journal of Discourses) ไม่ใช่แล้ว มาถึงตรางจุดนี้ตรงที่ข้าพเจ้าได้ตระหนักว่าธรรมะที่แท้จริงนั้นจะต้องมีในพระคัมภีร์ใหม่ ข้าพเจ้าได้รับหลักประกันที่มั่นคง ที่ข้าพเจ้าสามารถปล่อยให้การบรรลุของโยเซฟ สมิธ ตกลงที่ศาลา และยังไปสวรรค์อยู่ ความเชื่อของข้าพเจ้าอยู่ในพระเยซูคริสต์ และคำสอนของพระองค์ก็ยังคงถูกรักษา และตีความหมายในพระคัมภีร์ใหม่ ถ้าพระเยซูคริสต์ทรงช่วยกู้ข้าพเจ้า ถึงแม้ว่าจะขาดความเชื่อในโยเซฟ สมิธ หรือในหนังสือมอร์ม่อนก็ไม่สามารถทำให้ข้าพเจ้าสูญเสียดวงวิญญาณของข้าพเจ้าไปได้ เป็บคนที่เกิดใหม่ ไม่ใช่จากพันธุ์มตะ แต่จากพันธุ์อมตะ คือพระวจนะของพระเจ้าอันทรงชีวิตและดำรงอยู่ (1 เปโตร 1:23) ท่านที่รักทั้งหลาย ข้าพเจ้าได้ตั้งใจจะเขียนถึงท่านเรื่องความรอดร่วมกัน แต่ข้าพเจ้าเห็นว่า จำเผ็นจำต้องเขียนวิงวอนท่านให้ต่อสู้เพื่อหลักคำสอนที่เชื่อกันอยู่ ที่ได้ทรงโปรดมอบไว้แก่ธรรมิกชนครั้งเดียวเป็นพอนั้น (ยูดา 3) จากตอนนี้ มิชชันน่ารีก็กระสับกระส่าย และต้องการหาทางออกของตัวเอง ข้าพเจ้าถามให้พวกเขาพูดสิ่งที่อยากจะพูด เมื่อพวกเขาพยายามยืนยันความเชื่อของเขาในโยเซฟ สมิธ และหนังสือมอร์ม่อน ข้าพเจ้ารู้สึกเศร้าที่จะต้องแก้ไขในการยืนยันของพวกเขา เปล่า พระเยซูที่ท่านกล่าวถึงนั้น ไม่ใช่พระเยซูที่อยู่ในพระคัมภีร์ ข้าพเจ้าต้องขอโทษ ท่านกำลังสอนถึงสิ่งที่ในพระคัมภีร์ใหม่ได้อธิบายไว้ใน 2 โครินธ์ 11: 4. เพราะว่าถ้าคนใดจะมาเมศนาสั่งสอนถึงพระเยซูอีกองค์หนึ่ง ซึ่งแตกต่างกับที่เราได้เทศนาสั่งสอนนั้น หรือถ้าท่านจะรับพระวิญญาณ ซึ่งแตกต่างจากที่ท่านได้รับไว้แล้ว แหมท่านทั้งหลายช่างอดทนสนใจฟังเขาเสียจริงๆ 13. เพราะคนเหล่านั้นเป็นอัครฑูตเทียม เป็นคนงานที่หลอกลวงปลอมตัวเป็นอัครฑูตของพระคริสต์ พวกเราจบบทสนทนาด้วยคำอธิษฐานที่ข้าพเจ้านำ ที่พวกเขาจะอยากเข้ามารู้จักกับคำสอนที่แท้จริงของพระเยซูคริสต์ และความรอดที่แท้จริง ข้าพเจ้าได้ใช้เวลาเขียนเรื่องราวที่พวกเขาได้มาเยี่ยมที่บ้านของข้าพเจ้า เพื่อผลประโยชน์ของมอร์ม่อน และเพื่อนคริสเตียนของข้าพเจ้า ความต้องการที่จริงใจของข้าพเจ้าก็คือ อยากจะให้พระเจ้าอวยพรท่านผ่านการอ่านบทความนี้
ท่านสามารถติดต่อข้าพเจ้า เมื่อท่านมีความต้องการที่ dr.dean@deanhelland.com.
(ถ้าท่านสนใจเรื่องต่อไปจากนี้ ท่านสามารถเข้าชม streaming video กับนักวิทยาศาสตร์ในการอธิบายเรื่องการทดสอบข้อเท็จจริงของ DNA ที่หนังสือมอร์ม่อนได้มีข้อผิดพลาด เมื่ออ้างถึงชาวอินเดียนอเมริกันให้เป็นชาวอิสราเอล ท่านอาจอ่านฟรีทางออนไลน์ใน DNA vs. the Book of Mormon at www.mormonchallenge.com.)
คำอธิษฐานเพื่อความรอด: พระเยซูคริสต์เจ้า ข้าพระองค์ขอบคุณพระองค์สำหรับพระธรรมอันศักดิ์สิทธิ์ พระคัมภีร์ที่ได้เปิดเผยแผนการแห่งความรอดที่ไม่ซับซ้อน ข้าพเจ้าขอกลับใจในการคิดว่าคริสตจักรต้องช่วยกู้ข้าพเจ้าเมื่อพระองค์แค่เรียกข้าพระองค์เพื่อเข้ามาหาพระองค์ในความเชื่อที่ไม่ซับซ้อน จอมเจ้านาย ข้าพเจ้าได้ยินเสียงเคาะของพระองค์ที่ประตูใจของข้าพระองค์ ข้าพระองค์เปิดประตูและเชิญพระองค์เข้ามา ข้าพระองค์เชื่อว่าพระองค์ทรงใช้ชีวิตในชีวิตที่ไร้ความบาป และนำความบาปของข้าพระองค์ไว้ที่พระองค์ เมื่อพระองค์ทรงสิ้นพระชนม์บนไม้การเขน และตอนนี้ประทับอยู่ที่เบื้องพระหัตถ์ขวาของพระบิดา กำลังอธิษฐานเผื่อข้าพระองค์ ข้าพระองค์สละลัทธิมอร์ม่อน และทุกสิ่งทุกอย่างที่เกี่ยวข้อง ข้าพระองค์ขอการปลดปล่อยจากวิญญาณแห่งการหลอกลวงทั้งปวงที่ข้าพระองค์อนุญาตให้เข้ามาในชีวิตของข้าพระองค์ โดยการสงสัยในพระธรรมอันศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์ และในการติดตามคำสอนของมนุษย์ โปรดชำระข้าพระองค์ด้วยพระโลหิตที่ได้หลั่งของพระองค์ ข้าพระองค์เชื่อ ข้าพระองค์ได้รับพระองค์มาเป็นเจ้านาย และพระผู้ช่วยให้รอดของข้าพระองค์ตอนนี้ ข้าพระองค์จะแสวงหาคริสตจักรที่สอนพระคัมภีร์ที่เป็นเครื่องนำทางชีวิตของข้าพระองค์ ข้าพระองค์จะทำพิธีล้างบาปอีกครั้งหนึ่งเพื่อคำพยานในความเชื่อใหม่ของข้าพระองค์ ข้าพระองค์มอบชีวิตของข้าพระองค์ให้พระองค์ ทำตามน้ำพระทัยของพระองค์ ข้าพระองค์ขอสัญญาว่าจะไม่ละทิ้งพระองค์ ด้วยการช่วยเหลือของพระวิญญาณบริสุทธิ์ ขอบพระคุณพระองค์ พระเยซู อาเมน ถ้าท่านได้อธิษฐานคำอธิษฐานนี้อย่างจริงใจ ได้โปรดติดต่อ ดร.ดีน ตามอีเมล์แอดเดรสข้างล่างนี้ และแจ้งให้ท่านทราบ เพื่อท่านจะได้รับแนะนำที่จำเป็นที่จะให้ท่านอยู่ในทางของพระเจ้า ชื่อและอีเมล์แอดเดรสของท่านจะถูกเก็บไว้เป็นความลับ โน๊ต: การเขียนโต้ตอบนี้กับ ดร. ดีน อยู่กับความเข้าใจที่อาจถูกใช้ส่วนๆหนึ่ง หรือทั้งหมดในเว็บไซท์นี้ หรือที่อื่นๆด้วย
|
Dr. Helland's Articles in English
Other items of interest
Guest Articles
|
|
* This site is under construction please return often.....
Send mail to
dr.dean@deanhelland.com with questions or comments about this web site.
| ||||||